• โพสต์หน้า Facebook ทั้งวัน ไม่เห็นมีใครมาสนใจ
    • โปรโมทในกลุ่ม Facebook เป็นร้อยๆ แต่ก็ไม่ได้ผล
    • สร้าง Fanpage ทั้งขาย ทั้งโปรโมทธุรกิจ ก็เงียบ !!
    • ทั้ง Social มีแต่พ่อค้า-แม่ค้า แต่ไม่มีคนซื้อ ไม่เข้าใจ!
    • พอตัดใจ ก็ดันมีบริษัทเปิดใหม่ ลงทุนน้อย ลองอีก!

เพราะคนส่วนใหญ่ ใช้วิธีการทำงานที่เหมือนกัน
ผลลัพธ์มันก็ต้องออกมาไม่ต่างกัน ถึงตอนนี้ คุณพร้อมที่จะแตกต่างแล้วรึยัง?

MLM Online,ธุรกิจเครือข่ายออนไลน์ ทำยังไง,

Weclome to Thai Love MLM

หากคุณเป็นนักธุรกิจเครือข่ายที่สนใจเรียนรู้ และต้องการนำธุรกิจของคุณมาปรับใช้กับระบบออนไลน์
เนื้อหาในหน้านี้ถูกออกแบบมาสำหรับคุณ เหมาะสำหรับการทำ Digital MLM Marketing โดยตรง
เมื่อคุณอ่านจนจบ คุณจะเข้าใจโมเดลของมันมากยิ่งขึ้น และนำไปปรับใช้ได้อย่างถูกวิธี

ธุรกิจเครือข่ายจะใช้กับระบบออนไลน์ได้อย่างไร?

ผมคิดว่าคุณคงเข้าใจโมเดลของธุรกิจเครือข่ายแบบออฟไลน์อยู่บ้างแล้ว หรือ ในแบบปกติที่ใช้กันอยู่ เช่น
การลิตส์รายชื่อ - โทรชวนให้เข้าสัมมนา - ติดตามผล - ปิดการขาย แล้วตอนนี้คุณก็กำลังสนใจวิธีทำการตลาดออนไลน์เพิ่มเติม
และไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม คุณจะเข้าใจมันมากยิ่งขึ้น จากบทความนี้ ขอให้ตั้งใจครับ

ก่อนอื่นเลย ผมต้องการให้คุณปรับ Mindset ให้ถูกต้องและตรงกันก่อน เพราะมีหลายคนที่หลงผิด หลงประเด็นไปไกล
ไปคิดเอาเองว่าการทำธุรกิจเครือข่ายออนไลน์ คือ การติดตั้งอะไรสักอย่างลงไปบนคอมพ์พิวเตอร์ อาจจะเป็นพวกโปรแกรม หรือ แอพพลิเคชั่นต่างๆ
แล้วเจ้าตัวโปรแกรมก็จะดึงดูดคนให้กับคุณ จากนั้นก็จะมีคนโทรเข้ามาขอทำธุรกิจด้วย แบบนี้เป็นตัวอย่างของ Mindset ที่ไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ใดๆครับ!

Digital MLM เป็นเรื่องของการใช้เครื่องมือเข้ามาเป็นตัวช่วยในการทำธุรกิจ ซึ่งคุณต้องเรียนรู้ว่า เครื่องมือตัวไหนที่จะช่วยทำหน้าที่สร้างลิสต์รายชื่อให้กับคุณ
เครื่องมือตัวไหนใช้ติดตามกลุ่มผู้มุ่งหวังของคุณ และเครื่องมือตัวไหนที่ใช้ทำหน้าที่ในการปิดการขาย/ปิดการสมัครให้กับคุณได้

สิ่งสำคัญในการทำธุรกิจ คือ การส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของคุณ อาทิเช่น การสอนวิธีการต่างๆ
ที่ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับพวกเขาได้ ดังนั้น คุณต้องเป็นผู้ให้ประโยชน์แก่ผู้อื่นก่อน โดยปกติลูกค้า/ผู้มุ่งหวัง จะยอมจ่ายเงินให้กับคุณด้วยความรู้สึก ไม่ใช่เหตุผล
คุณต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดี สร้างภาพจำที่ดีขึ้นมาก่อน 

โดยส่วนมากที่ทำแล้วล้มเหลว เกิดจากการที่ทำอะไรไม่เป็นขั้นตอน พยายามหาทางลัด เพื่อให้ตัวเองทำงานได้ง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้
สร้าง Fanpage ขึ้นมาแล้วโยนสินค้าลงไปให้หมด จากนั้นก็โพสต์ขาย ขาย ขาย หรือเอาแต่พูดเรื่องของธุรกิจ
ทำตามๆกันไป ไม่สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น และไม่นานก็จะล้มเลิกไปเองเพราะไม่ได้อะไรกับมา
จากประสบการณ์ของผมทางลัดที่สุด ก็คือทำตามคนที่เคยทำมันได้แล้วนั่นเองครับ

ต้องการทำธุรกิจออนไลน์ ก็ต้องถามคนที่มีประสบการณ์จริงในด้านออนไลน์

SYSTEM AUTOMATION

“ระบบ” คำนี้ก็ทำให้หลายคนนึกถึงกลุ่ม Software หรือ โปรแกรมอะไรบางอย่างขึ้นมาอีก ซึ่งจริงๆแล้วก็ไม่ผิด!
แต่ถูกแค่ครึ่งเดียว! มันเป็นการใช้เครื่องมือหลายๆอย่าง รวมตัวกันทำงานเป็นทีม โดยที่ไม่ต้องใช้แรงงานของมนุษย์




มาถึงตรงนี้ผมคิดว่า คุณพอจะเข้าใจวิธีคิดเกี่ยวกับโมเดลของ Digital MLM กันไปบ้างแล้ว ว่าระบบออนไลน์ไม่ได้มีปุ่มวิเศษที่หาคนเข้ามา คลิก! คลิก! คลิก!
แล้วคุณก็จะประสบความสำเร็จ ซึ่งบนโลกของความเป็นจริง ไม่มีอะไรง่ายแบบนั้นครับ หากคุณมีความคิดอะไรแบบนี้ วิธีกำจัด คือ ต้องรีบตื่นจากฝันให้เร็วที่สุด

แต่ถ้าหากคุณใช้ Internet ทำธุรกิจ บนพื้นฐานของความเข้าใจ ใช้มันอย่างถูกวิธี
และตรงกลุ่มเป้าหมายคุณจะสามารถสร้างผลลัพธ์จากมันได้อย่างทวีคูณ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเพื่อนร่วมทีมคนใหม่
หรือแม้แต่การขายสินค้าก็สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าตกใจได้เช่นเดียวกันครับ


Marketing Tools Building Automatic system.

ต่อไปนี้ผมจะพาคุณไปรู้จักกับเครื่องมือทำการตลาดออนไลน์ ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำธุรกิจออนไลน์ของคุณ

สร้างลิสต์รายชื่อ

เรียนรู้การใช้เครื่องมือ
เพื่อสร้างลิสต์รายชื่อที่มีคุณภาพ

ทำการตลาดกับรายชื่อที่ได้มา

ทำการตลาดให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย
ไม่โปรโมทแบบหว่านแหจับปลาไปเรื่อยๆ

คัดกรองผลลัพธ์

ระบบจะคัดกรองเอาเฉพาะคนที่สนใจ
และติดตามคุณออกมาให้กับคุณเอง

1

Step #1 สร้างลิสต์รายชื่อด้วย - Landing Page

ปัญหาสำคัญเลยนะครับ สำหรับนักธุรกิจเครือข่าย ขายตรง คงไม่มีอะไรแย่ไปกว่าการที่เรา “ไม่มีรายชื่อ หรือ รายชื่อหมด!”
แน่นอนครับว่า คุณไม่สามารถไปต่อได้ และนี่ก็เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้หลายคนล้มเลิกไป แต่สำหรับระบบออนไลน์ เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเลยครับ


ประตูบานแรก และพระเอกของเรื่องคงต้องยกให้เจ้า Landing page เพราะหน้าที่ของมันมีเพียงอย่างเดียว คือ “สร้าง Email List” ให้กับคุณ
และที่สำคัญ มันถูกออกแบบมาเพื่อให้คนสมัครใจให้ข้อมูลด้วยตนเอง โดยที่ผู้มุ่งหวังต้องเป็นฝ่ายตัดสินใจด้วยตัวเอง "ว่าจะให้ หรือ ไม่ให้"
ซึ่งวิธีนี้เป็นการคัดกรองเฉพาะกลุ่มคนที่สนใจในสิ่งที่คุณนำเสนอจริงๆเท่านั้น


คัดกรองแบบไหน?
ถ้ามีคนเข้ามาอ่านรายละเอียดแล้วไม่สนใจ เขาก็แค่ปิดมันลง แล้วไปหาอย่างอื่นทำแค่นั้นเองครับ
เขาก็จะพาตัวเองออกไป ไม่เข้ามาอยู่ในพื้นที่ของคุณ ส่วนคนที่เข้ามาอยู่ในพื้นที่ของคุณก็หมายความว่าเขาต้องมีความสนใจอะไรบ้างอย่างในตัวคุณ


คุณจะไม่รู้สึกว่ากำลัง “ถูกปฏิเสธ” เพราะคุณไม่รู้ตัว!
นี่หล่ะครับที่ผมว่ามันคือพระเอกของเกมส์นี้
และถ้าหากคุณรู้สึกว่าจำนวนผู้ที่ไม่สนใจมีเยอะกว่า คุณก็แค่ออกแบบหน้า Landing page ขึ้นมาใหม่
แล้วก็วัดผลกันใหม่ก็เท่านั้นเองครับ


ทีนี้...ลองมาดูหน้าตาของมันบ้างครับ

Landing page จะมีลักษณะเป็นเว็บไซต์หน้าเดียว มีขนาดพอดีกับหน้าจอ บังคับไม่ให้เลื่อนเมาส์
โดยจะมีแค่ Content (เนื้อหา) สั้นๆเป็นเป้าล่อใจ หรือ Videos และช่อง “Optin form สำหรับเรียกเก็บบัตรผ่านทาง นั่นก็คือ ชื่อ - อีเมล์” นั่นเอง


หน้าที่หลักของมัน คือ การยื่นข้อเสนออะไรบางอย่างที่อีกฝ่ายต้องการ
“หากสนใจ เขาต้องให้ข้อมูล เพื่อแลกกับการไปสู่เนื้อหาที่ถูกซ่อนเอาไว้”


ยกตัวอย่างเช่น : แจกฟรี eBook สำหรับวิธีเริ่มต้นธุรกิจเครือข่ายออนไลน์
ลงทะเบียนเพื่อรับ eBook  จากนั้นเราจะส่งให้คุณทาง eMail ที่ให้ไว้กับเรา


ถ้าสนใจก็ลงทะเบียน แต่ถ้าไม่ ก็ปิดไปเลย! มีแค่นี้ครับ 50/50
สำหรับคนที่กรอกข้อมูลมาแล้ว เขาจะถูกส่งไปที่หน้า Download page แบบอัตโนมัติ (ผมจะอธิบายกลไกลนี้ในลำดับถัดไป)
เพื่อให้เขาไป Download ebook ตามที่เราให้สัญญาไว้กับเขา


ทำไมต้องเป็น ชื่อกับอีเมล์ ทำไมไม่เป็นเบอร์โทรศัพท์?
ขอเบอร์มา แล้วโทรไปเลย หมดเรื่องหมดราว!

จริงๆแล้วเราจะเพิ่มช่องขอเบอร์โทรก็ได้นะ แต่เท่าที่ผมทำมา เงื่อนไขยิ่งน้อย คนยิ่งตัดสินใจได้ง่าย
และการขอเบอร์โทรศัพท์อาจจะทำให้รู้สึกว่าเป็นการขอข้อมูลส่วนตัวมากจนเกินไป และอีกอย่าง คือ ยังไม่จำเป็นครับ! 

Email เป็นขุมทรัพย์ของการทำ Online Marketing ขนานแท้
แต่ไม่ได้หมายความว่า เราจะใช้อีเมล์สำหรับส่งข้อมูลไปให้กลุ่มผู้ที่สนใจเท่านั้น
เรายังสามารถนำมันมาใช้กับการทำ Re-Marketing ในหลายๆรูปแบบอีกด้วย

เช่น คุณมีจำนวนอีเมล์ที่สะสมไว้ 100 อีเมล์ และเมื่อคุณนำเสนออะไรก็ไป คนกลุ่มนี้จะได้เห็นมันก่อน
ไม่ใช่แค่ในอีเมล์ แต่รวมถึงใน facebook และ Google ด้วย

ดังนั้น ถ้าคำถามของคุณคือ "คนไทยไม่ชอบเปิดอ่านอีเมล์?"
ใช่ครับ ผมรู้อยู่แล้ว แต่ผมก็รู้ช่องทางมากกว่าที่จะรอให้คนมาเปิดอ่าน ซึ่งผมจะบอกคุณในภายหลังอย่างแน่นอนครับ



สำหรับการตลาดแบบออฟไลน์ การลิสต์รายชื่อ และเบอร์โทรศัพท์ เปรียบเสมือนทรัพย์สินที่มีค่ามากที่สุด
ส่วนบนโลกออนไลน์ Email ก็เช่นเดียวกัน ลองคิดเล่นๆดูนะครับ ว่าเพราะอะไรถึงต้องเป็นอีเมล์
เวลาที่คุณสมัคร Facebook / Line / Instagram / youtube คุณใช้อะไรสมัคร?

ใช่ไหมละ มันคือ Email ทุก Platform จะขออีเมล์จากคุณในการสมัครสมาชิก


เมื่อมีคนกรอกข้อมูลเข้ามาผ่านหน้า Landing page ของคุณแล้ว ข้อมูลจะถูกส่งไปยังระบบตอบกลับอัตโนมัติ
ซึ่งเป็นระบบนี้ คือ การส่งอีเมล์ตอบกลับทันทีหลังจากที่มีการลงทะเบียนเกิดขึ้น

จากภาพด้านบนนี้เป็นกลไกลการทำงานที่เรียบง่ายที่สุด
เมื่อพบหน้า Landind page และเกิดความสนใจ จึงให้ข้อมูล และเข้าสู่หน้า Download page ส่วนคุณจะได้ข้อมูล ชื่อ - อีเมล์ เก็บไว้ในระบบ เพื่อเข้าสู่ลำดับถัดไป

2

Step #2 ระบบติดตาม - Autoresponder

ระบบนี้เป็นระบบส่งอีเมล์อัตโนมัติ โดยที่เราสามารถสร้างแคมเปญเอาไว้ล่วงหน้า ลองนึกถึงภาพปฏิทินดูครับ แล้วบนนั้นก็มีสิ่งที่คุณต้องทำแปะเอาไว้
ตามวันที่ที่คุณกำหนด ระบบนี้ก็เหมือนกัน เมื่อถึงเวลาที่ตั้งค่าเอาไว้ มันจะถูกส่งออกไปหาเป้าหมาย หรือ... 
คนที่ให้อีเมล์ไว้กับคุณผ่านประตูบานแรก(Landing page)


โดยที่อีเมล์ฉบับแรกจะถูกส่งออกไปภายในเวลา 5 นาที (ปกติผมจะตั้งค่าเอาไว้แบบนี้) ตามที่คุณได้ทำการตั้งค่ามันเอาไว้ล่วงหน้า
ซึ่งมันอาจจะเป็นอะไรก็ได้ในนั้น เช่น Download Ebook หรือ บทความแนะนำตัวเอง หรือเรื่องราวดีๆที่คุณต้องการแชร์ออกไป


ระบบนี้จะช่วยคุณได้อย่างไร ให้ลองคิดดูว่าหากคุณต้องโทรศัพท์ไปหาคนจำนวน 100 คน ภายใน 1 วัน
คุณอาจจะได้คนที่สนใจในสิ่งที่คุณนำเสนอราวๆ 5-10 คน ซึ่งเป็นสถิติที่เกิดขึ้นได้จริง
แต่ที่แน่ๆผมการันตีได้ว่าคุณ คงไม่มีลิสต์รายชื่อให้คุณโทรศัพท์ถึง 100 รายชื่อทุกวันแน่ๆ


แต่ระบบนี้ถ้ามีคนให้ข้อมูลกับคุณมา 100 คน คุณสามารถส่ง Email ออกไปหาพวกเขาได้เพียงแค่ไม่กี่คลิกเท่านั้น (ส่งออกไป 1 ฉบับ ได้รับ 100 คน)
และสถิติก็อาจจะสร้างคนสนใจให้คุณได้ 5-10 คนเช่นเดียวกัน แต่ที่ต่างกัน คือ คุณสามารถสร้างลิตส์รายชื่อได้อย่างไม่จำกัด
และระบบนี้มันก็พร้อมจะรองรับการทำงานของคุณที่เพิ่มมากขึ้น จาก 100 เป็น 1,000 หรือ 10,000 List และมากกว่านั้นแน่นอน หากคุณไม่ล้มเลิกไปก่อน

หากคุณไม่สนใจ Email list คุณกำลังพลาด!!

นี่คือ หนึ่งเหตุผลครับ เพราะคนเราต้องการข้อมูลที่มากพอเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อน
และเพิ่มความมั่นใจ อย่าลืมนะครับ ถึงจะเป็นธุรกิจเครือข่าย แต่การเริ่มต้น ก็คือการลงทุน

ลองมาดูกันว่า พอเราเพิ่มระบบนี้เข้าไปแล้ว กลไกลการทำงานของมันจะออกมาเป็นแบบไหน

สังเกตุได้ว่า หลังจากที่ผู้มุ่งหวังได้รับ Ebook ไปแล้ว  ในขณะเดียวกัน เขาจะได้รับ Email confirm ด้วย
นั้นหมายความว่า “เขาต้องเข้าไปยืนยันตัวตน เพื่อรับข้อมูลจากคุณ”

เพราะไม่ใช่แค่คนให้ข้อมูลที่กลัว Spam คุณเองก็ควรคิดเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน ถ้าไม่มีการยืนยันตัวตน นั่นก็เท่ากับว่า
ใครจะใส่ข้อมูลอะไรมามั่วๆก็ได้ เพราะต้องการแค่ Download Ebook Free!! เท่านั้น ซึ่งจะทำให้ผิดเป้าหมาย
เพราะเป้าหมายของเราคือ “การคัดกรองเฉพาะคนที่พร้อม และสนใจเท่านั้น”

กลไกลป้องกัน Spam !


จากภาพจะเห็นว่าผมได้เพิ่ม Thank you page เข้ามา และหน้าที่ของมันก็คือ “ขอบคุณที่ให้ข้อมูลกับเรา” ตามชื่อของมัน แต่ในนั้นควรจะแสดงขั้นตอนไปสู่หน้า Download ให้ชัดเจนด้วย แล้วย้ายหน้า Download page ไปไว้ใน Email ฉบับแรก หลังจากยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว ดังภาพ


3

Step 3# ปิดการขาย/สมัครสมาชิก - Sale page

หน้าที่ของมันก็ตรงกับชื่อเลยครับ Sale page หรือ หน้าขายของ ผมจะใช้มันเพื่อปิดการขาย หรือนำเสนอโอกาสทางธุรกิจ
ซึ่งหน้าตาของมันจะเป็นเว็บไซต์หน้าเดียว เช่นเดียวกับ Landing page แต่ที่ต่างกัน คือ Sale page จะถูกออกแบบมาลักษณะยาวๆ เพราะคุณต้องใส่เนื้อหาที่สำคัญลงไปในนั้นให้ครบถ้วน และสร้างความน่าสนใจทั้งหมดให้อยู่ในหน้านั้นเพียงหน้าเดียว


จุดที่ต่างกันกับ Landing page อีกจุดหนึ่ง คือ Sale page จะเปลี่ยนจากช่อง Optin form (ช่องกรอก ชื่อ-อีเมล์) เปลี่ยนเป็นปุ่ม Call to action
หากสนใจซื้อ คลิก! หลากสนใจร่วมธุรกิจกับเรา คลิก! ประมาณนั้นเลยครับ

ตัวอย่าง Sale page 

รูปภาพจาก : Google

ทุกอย่างจะเกิดขึ้นผ่านขั้นตอนต่างๆที่ถูกวางแผนเอาไว้ตามระบบ เราจะเรียกมันว่าระบบ Sale funnel
ซึ่งจะมีลักษณะเป็นรูปกรวยกรอง ถ้าหากคุณตั้งใจอ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ คุณจะเข้าใจการรวมตัวกัน ระหว่าง Landing page / Email marketing / Sale page จนกลายเป็น Automatic system และนี่หล่ะครับ คือ Sale funnel ของคุณ

หน้าที่ของคุณที่ต้องทำต่อจากนี้ก็คือ สร้าง Traffic (จำนวนคนเข้าเว็บ) มาที่หน้า Landing page ของคุณเท่านั้นเอง
หลังจากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการอัตโนมัติตามระบบ


เนื้อหาในหน้านี่เป็นภาพรวมเบื้องต้นเท่านั้น ถ้าหากคุณเปิดใจและศึกษามันจนเข้าใจจริงๆ
การทำธุรกิจของคุณจะสนุกขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว จากการที่ต้องออกไปพบผู้คน ก็เปลี่ยนวิธีการเป็น หาคนเข้าระบบ Sale funnel ของคุณ

จากการที่ต้องโทรศัพท์ไปโน้มน้าว ระบบ Email marketing ก็จัดการติดตาม Follower up ให้ทั้งหมด
จากที่ต้องนำเสนอปิดการขาย ก็เปลี่ยนมาเป็นใช้ Sale page เป็นเครื่องมือ


Internet เป็นทางเลือกที่ดี และควรนำมาใช้เป็นอย่างยิ่ง
เพราะมันคือ หนึ่งทางเลือกสำคัญ ที่จะช่วยให้คุณไปถึงเป้าหมายทางธุรกิจของได้เร็วขึ้นอีกหลายเท่าตัว


นี่หล่ะครับที่ผมบอกว่า คุณต้องปรับวิธีคิดให้ตรงกันก่อน และเรียนรู้วิธีทำการตลาดออนไลน์
จากนั้นก็ทำการตลาดให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่คุณต้องการ เห็นไหมครับว่ามันคือการ “ใช้เครื่องมือ” เข้ามาสนับสนุนให้เราทำงานได้ง่ายขึ้น และมันก็ง่ายขึ้นจริงๆครับ

MLM Online,ธุรกิจเครือข่ายออนไลน์ ทำยังไง,
Phardkharan
Thai Love mlm.com

ผมสร้างบล็อกนี้ขึ้นมาเพื่อแชร์ประสบการณ์ แชร์แนวคิด เกี่ยวกับการทำธุรกิจเครือข่าย จุดประสงค์และงานของผมก็คือ มุ่งเน้นผลิตเนื้อหาที่สามารถช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาบางอย่างให้กับนักธุรกิจเครือข่ายทุกคนเท่าที่จะทำได้

เป้าหมายของผมคือ การสร้างบทความที่มีคุณภาพจากประสบการณ์ตรงของผมเอง
ถ้าหากว่าคุณอยู่ในฐานะนักธุรกิจเครือข่ายคนหนึ่ง และกำลังศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับแนวทางการทำธุรกิจเครือข่าย
บนโลกออนไลน์อยู่ละก็ บล็อกนี้มีไว้เพื่อคุณ

ปล. อย่าลืมที่จะตรวจสอบ Email ของคุณอย่างสม่ำเสมอด้วยนะครับ

Thailovemlm.com by phardkharan

>