How To Digital MLM Business
Shares

เพราะสินค้าไม่สามารถขายตัวเองได้จริง

หากคุณกำลังกังวลว่า ผลิตภัณฑ์ที่คุณมีอยู่นั้น เมื่อโปรโมทออกไปแล้วจะขายได้ หรือจะเงียบ! หรือ กำลังมองหาช่องทางในการขายอยู่ ผมมีแนวทางดีๆมานำเสนอครับ

ก่อนอื่นเลยผมจะบอกความจริงบางอย่างให้ทำความเข้าใจก่อนว่า “อะไรก็ตามที่คุณคิดที่จะขาย มันมีคนทำหมดแล้ว” อาจจะไม่ใช่ทั้งหมดนะครับ แต่การคิดแบบนี้จะช่วยตัดกังวลได้บ้าง ไม่มากก็น้อยจะได้เริ่มต้นได้ง่ายขึ้น

หากสินค้าที่คุณต้องการขาย เป็นสินค้าประเภทจับต้องได้ เช่น ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม,เครื่องสำอางค์,กระเป๋า-รองเท้า ฯลฯ สิ่งที่ต้องทำก่อนเลย คือ

สำรวจตลาด

ให้สังเกตุดูว่า สินค้าที่คุณจะขายนั้น มีคนขายมากน้อยขนาดไหน ถ้าอยู่ในช่วงกระแส มีพ่อค้า-แม่ค้าแย่งกันขาย ให้ลองวิเคราะห์ดูว่า ถ้าเราลงไปแข่งกับเขา เรามีอะไรโดดเด่น แล้วเพราะอะไรลูกค้าจะต้องเลือกเรา ถ้ามีคนทำเยอะขายเยอะ ก็เท่ากับว่าคู่แข่งของคุณก็เยอะเหมือนกัน ถ้าลงไปแข่งกับเขา แล้วเราไม่โดดเด่นจริงก็ดับ! ขาดทุนได้เหมือนกัน

ในส่วนของวิธีการสำรวจตลาดเบื้องต้น ให้ลองนำชื่อสินค้าของคุณไปค้นหาใน Google กับ Facebook แล้วลองวิเคราะห์จากผลการค้นหาอันดับต้นๆดู ว่าเพราะอะไรเขาจึงขายดีขายได้ ดูๆแล้วมีองค์ประกอบอะไรบ้างที่ทำให้เรารู้สึกว่าเขาโดดเด่น ลองเข้าไปศึกษาในมุมมองที่เราเป็นลูกค้า ถ้าเว็บไหนมี Tester แจก หรือ Sale โปรโมชั่นระเบิดกระเป๋าฉีก หากสั่งซื้อได้จะดีมาก เพราะเราจะได้ดูระบบความรวดเร็วในการจัดส่งสินค้า และบริการหลังการขายได้อีกด้วย

ต้นทุน

ระบบออนไลน์มีของฟรีให้คุณมากมาย จะเปิดเว็บฟรีก็ได้ เปิดร้านออนไลน์ฟรีๆก็มี แต่นั้นไม่ใช่ประเด็นที่จะทำให้สินค้าของคุณขายได้ คุณจำเป็นต้องเรียนรู้เกี่ยวกับการโปรโมทด้วย หากสินค้าของคุณดี แต่ไม่มีใครเห็นก็เท่ากับขายไม่ได้เช่นกัน การลงทุนกับสื่อโฆษณาเป็นอะไรที่ตอบโจทย์ได้รวดเร็วที่สุด หรือจะลงทุนกับโฆษณาบน Facebook ads ให้ยิงโฆษณาไปหากลุ่มเป้าหมายโดยตรงเลยยิ่งดี คุณจะขายได้รวดกว่าการโพสต์ฟรี หรือไล่หาลูกค้าตามเว็บต่างๆด้วยตัวเอง

ระบบจัดการร้านค้า

ภายในร้านค้าออนไลน์ของคุณต้องมีระบบที่ใช้งานง่าย มีระบบสั่งซื้อที่ไม่ซับซ้อน  ไม่ควรมีระบบหลายขั้นตอนจนเกินไป เพราะอาจทำให้ลูกค้าไม่เข้าใจจนต้องปิดหน้าเว็บของคุณ แล้วไปมองหาเจ้าอื่น เช่น สมมุติว่าสนใจสินค้าต้องการจะสั่งซื้อแล้ว แต่ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงต่อ ต้องส่งอีเมล์หรือโทรศัพท์ไปสั่งซื้อ? แบบนี้มันก็ดูจะยุ่งยากจนเกินไป ปิดหน้าเว็บแล้วไปหาเจ้าอื่นง่ายกว่า ทางที่ดีควรจะให้จบเพียงแค่ 1-2 หน้าจะดีมาก 1.เลือกสินค้า 2.สั่งซื้อ มีระบบตระกร้าที่ชัดเจน มีระบบแจ้งเตือนต่างๆส่งไปถึงลูกค้า เช่น อีเมล์ยืนยันแจ้งการสั่งซื้อ,แจ้งเลขพัสดุในการจัดส่ง แสดงให้ลูกค้าเห็นถึงความง่าย สะดวก และรวดเร็ว ในการจัดซื้อสินค้ากับคุณ

รีวิวสินค้า

วิธีนี้จะช่วยให้สินค้าของคุณดูน่าสนใจมาก และทำได้หลายวิธี เช่น ถ่ายวีดิโอแล้วพูดถึงจุดเด่นของสินค้าตัวนั้น หรือ จะให้วิธีเขียนเป็นบทความรีวิวที่เป็น Story เลยก็ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ควรมีข้อมูลที่เกินจริงจนเกินไป อีกหนึ่งวิธีที่แนะนำก็คือ ทำเป็นหน้า Salepage ขึ้นมาแล้วนำไปโปรโมทให้ตรงกลุ่มเป้าหมายของคุณ จะทำให้กลุ่มคนที่สนใจผ่านมาเห็นและจดจำสินค้าของคุณได้ง่ายกว่า ดูมีความน่าเชื่อถือมากกว่า เพราะ Salepage เป็นเหมือนหน้าเว็บไซต์ของคุณ จะประดิษฐ์ดีไซส์ยังไงก็ได้ ใส่ภาพ เนื้อหา วีดิโอลงไปได้ทั้งหมดในหน้าเดียว และยังมีผลในด้านดีกับ SEO อีกด้วย

รักษาลูกค้าเก่า สร้างฐานลูกค้าใหม่

จะโด่งหรือจะดับก็ขึ้นอยู่กับจุดนี้ หากแบรนด์ของคุณเกาะกระแสได้จนขายดีมีกำไร นั้นก็คือเรื่องที่ดี แต่การรักษาชื่อเสียงของแบรนด์/สินค้าของคุณให้คงอยู่ต่อไปนี่สิ เป็นอีกเรื่องนึงเลย การซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์จะเกิดขึ้นรวดเร็วมาก ดังนั้นคุณจึงต้องมีระบบการจัดการที่พร้อมสำหรับการติดตาม สร้างความสัมพันธ์ และส่งข่าวสารโปรโมชั่นต่างๆจากคุณไปถึงกลุ่มลูกค้า เพื่อให้เกิดการซื้อซ้ำและการบอกต่อไปจนเป็น  Viral marketing หรือ การตลาดบอกต่อ

ยุคนี้มีหลายคนใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องมือสร้างธุรกิจขุดบ่อขุมทรัพย์กันไม่ใช่น้อย มีสินค้าให้เลือกกันนับแสนรายการ นั้นหมายถึงคู่แข่งจำนวนมหาศาล สิ่งที่จะทำให้คุณโด่ดเด่นขึ้นมาก็คือ “ตัวของคุณเอง” ต้องกล้าที่จะคิด และนำไอเดียของตัวเองออกมาขาย สินค้าเป็นเพียงแค่ปัจจัยนึงเท่านั้น สำคัญที่ไอเดียที่แตกต่างจนโดดเด่นหน้าสนใจ ทำให้ลูกค้าจดจำในแบรนด์หรือตัวคุณ ไม่ใช่จดจำที่สินค้า เพราะถ้าลูกค้าเลือกที่สินค้า เขาจะซื้อกับใครก็ได้ที่ราคาถูกกว่าของคุณ แค่พิมพ์คำค้นหาชื่อสินค้าที่เขาต้องการลงใน Google ก็ได้แล้ว ดังนั้น ให้โฟกัสถึงความเป็นแบรนด์ เพราะแบรนด์ที่ดีจะอยู่กับคุณตลอดไป